วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
พื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์
พื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์[1]
บทความนี้สร้างขึ้นเพื่อบุคคลที่สนใจในเรื่องเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่มีพื้นฐานในด้านนี้นะครับ เพราะบทความนี้เป็นพื้นฐานจริงๆ สำหรับพื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้ ผมจะนำมาลงเ็ป็นบทๆไปนะครับ เริ่มจากง่ายไปยาก (แต่ก็เป็นเรื่องพื้นฐานนะครับ เพราะผมก็เพิ่งเริ่มศึกษาเหมือนกันครับ)
เนื้อหาบทความ >>> Credit:Surapong
ผมได้นำมาเฉพาะที่น่าจะจำเป็นที่้ต้องรู้และเสริมเพิ่มบ้างตามความเข้าใจของผมนะครับ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์(computer network) คือ ระบบที่ประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลางสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้และใช้ทรัพยากรในเครือข่ายร่วมกันได้ (เรียกง่ายๆ แชร์ไฟล์ให้กันได้ หรือว่า แชร์อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องปริ้นเตอร์ให้ใช้ร่วมกันได้นั่นเองครับ)
ข้อดีของการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
-สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แชร์ไฟล์ต่างๆ
-สามารถแชร์ทรัพยากรที่มีอยู่ในระบบเครือข่ายได้ เช่น แชร์เครื่องปริ้นเตอร์
-ประหยัดเนื่องจากสามารถแชร์ทรัพยากรกันได้ เช่น เครื่องปริ้นเตอร์ ก็ไม่ต้องซื้อมาประจำทุกเครื่อง มีเครื่องเดียว ก็ใช้ได้หลายคน
-สามารถแชร์เอกสารกันได้
-สามารถใช้ Email ติดต่อผู้ที่อยู่ห่างไกลได้รวดเร็ว
-การสนทนาผ่านเครือข่าย (Chat)
องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่าย
-คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 2 เครื่อง (ถ้ามีเครื่องเดียว ก็ไม่เรียกว่าเครือข่ายแล้ว -*- )
-เน็ตเวิร์คการ์ด เช่น LAN CARD , Wireless Card(ของพวกโน๊ตบุค)
-สื่อกลางและอุปกรณ์สำหรับการรับส่งข้อมูล เช่น พวก hub,router,สายส่งสัญญาณ
-โปรโตคอล (Protocol)
เป็นชุดของโปรโตคอลที่ถูกใช้ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถใช้สื่อสารจากต้นทางข้ามเครือข่ายไปยังปลายทางได้และสามารถหาเส้นทางที่
จะส่งข้อมูลไปได้เองโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าในระหว่างทางอาจจะผ่านเครือข่ายที่มีปัญหา โปรโตคอลก็ยังคงหาเส้นทางอื่นในการส่งผ่านข้อมูลไปให้ถึงปลายทางได้ (จะอธิบายรายละเอียด
ในบทต่อๆไป)
-ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System)
ระบบปฏิบัติการเครือข่าย ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลบนเครือข่าย (จะอธิบายรายละเอียดในบทต่อๆไป)
การจำแนกประเภทของเครือข่าย
1.จำแนกตามขนาดทางกายภาพของเครือข่าย
- LAN (Local Area Network)
เป็นเครือข่ายที่เชื่อมกันในระยะที่ไม่ไกลมากอาจจะ 2 – 3 กม ถ้าจะให้เห็นภาพชัดก็คือ เครือข่ายห้องเรียน หรือ จากตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่ง
- MAN (Metropolitan Area Network)
เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันเฉพาะในเมืองๆหนึ่งเท่านั้น
- WAN (Wide Area Network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมกันในระยะไกลมาก เช่น ADSL
- HAN (Home Area Network) เป็นเครือข่ายเฉพาะในบ้าน
- PAN (Personal Area Network) เป็นเครือข่ายส่วนบุคคล
2.จำแนกตามลักษณะหน้าที่การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย
- Peer to Peer (เครือข่ายแบบเท่าเทียม)
เครือข่ายประเภทนี้จะไม่มีเครื่องเซิฟเวอร์ และไม่มีการแบ่งชั้นความสำคัญของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีสิทธิเท่าเทียมกันในการจัดการ
ใช้เครือข่าย ซึ่งเรียกว่า Peer(เพียร์) คอมพิวเตอร์แ่ต่ละเครื่องจะทำหน้าที่เป็นทั้งไคลเอนท์และเซิฟเวอร์แล้วแต่การใช้งานของผู้ใช้ เครือข่ายประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องมีผู้ดูแล
และจัดการระบบ เนื่องจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะเป็นคนกำหนดว่าข้อมูลหรือทรัพยากรใดบ้างของเครื่องนั้นที่ต้องการแชร์กับผู้ใช้อื่นๆ
- Client-Server (เครือข่ายแบบผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ)
หน้าที่ของคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแบ่งออกเป็น
--Server(เซิร์ฟเวอร์) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการต่างๆกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เช่น บริการเกี่ยวกับพื้นที่เก็บไฟล์ต่างๆ,บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์
--Client(ไคลเอนท์) คือ คอมพิวเตอร์ที่เข้าไปใช้บริการต่างๆของเซิร์ฟเวอร์
3.จำแนกตามระดับความปลอดภัย
- Internet (อินเตอร์เน็ต)
Internet เป็นเครือข่ายสาธารณะ ซึ่งไม่มีผู้ใดหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง การเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตต้องเชื่อมต่อผ่านองค์กรที่เรียกว่า "ISP"
(Internet Service Provider) ซึ่งจะทำหน้าที่ให้บริการในการเชื่อต่อเข้ากับInternet เนื่องจากinternet เป็นเครือข่ายสาธารณะจึงไม่มีหลักประกันความปลอดภัย
ของข้อมูลทีส่งผ่านInternet นั่นคือ ข้อมูลทุกอย่างที่ส่งผ่านเครือข่าย ทุกคนสามารถดูได้ นอกเสียจากจะมีการเข้ารหัสลับซึ้งผู้ใช้ต้องทำเอง
- Intranet (อินทราเน็ต)
Intranet เป็นเครือข่ายที่องค์กรสร้างขึ้นสำหรับให้พนักงานในองค์กรใช้เท่านั้น การแชร์ข้อมูลจะอยู่ในเฉพาะเครือข่ายIntranet หรือถ้ามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโลกภายนอก
หรือInternet องค์กรนั้นสามารถกำหนดนโยบายการควบคุมการใช้งานIntranetได้ เพราะว่า ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งที่แยก Internet และ Intranet ออกจาก
กัน เครือข่าย Intranet ขององค์กรจะถูกป้องกันจากFirewall(ไฟรร์วอล์) ซึงอาจเป็นได้ทั้งฮาร์ดแวร์หรือซอฟแวร์
- Extranet (เอ็กซ์ทราเน็ต)
Extranet เป็นเครือข่ายกึ่งInternet และ Intranet กล่าวคือ เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อเครือข่ายIntranet ระหว่าง 2 องค์กร ดังนันจึงมีบางส่วนของเครื่อข่ายที่เป็นเจ้า
ของร่วมกัน
** พื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์[1] ขอจบลงเท่านี้นะครับ ติดตามต่อได้ใน พื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์[2] ครับ หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อท่านที่อ่านนะครับ และถ้ามีส่วนไหนผิดพลาดช่วยแจ้งด้วยนะครับ ผมจะได้แก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้อง ขอบคุณครับ
** ส่วนเนื้อหาพื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์[2] จะเกี่ยวกับพวก สถาปัตยกรรมเครือข่าย,ชุดโปรโตคอล ครับ
** เคยอ่านแต่บทความคนอื่น เพิ่งจะเคยทำบทความ เลยเพิ่งรู้ว่า เหนื่อยเหมือนกันครับ T_T ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ทำบทความให้อ่าน
บทความนี้สร้างขึ้นเพื่อบุคคลที่สนใจในเรื่องเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่มีพื้นฐานในด้านนี้นะครับ เพราะบทความนี้เป็นพื้นฐานจริงๆ สำหรับพื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้ ผมจะนำมาลงเ็ป็นบทๆไปนะครับ เริ่มจากง่ายไปยาก (แต่ก็เป็นเรื่องพื้นฐานนะครับ เพราะผมก็เพิ่งเริ่มศึกษาเหมือนกันครับ)
เนื้อหาบทความ >>> Credit:Surapong
ผมได้นำมาเฉพาะที่น่าจะจำเป็นที่้ต้องรู้และเสริมเพิ่มบ้างตามความเข้าใจของผมนะครับ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์(computer network) คือ ระบบที่ประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลางสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้และใช้ทรัพยากรในเครือข่ายร่วมกันได้ (เรียกง่ายๆ แชร์ไฟล์ให้กันได้ หรือว่า แชร์อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องปริ้นเตอร์ให้ใช้ร่วมกันได้นั่นเองครับ)
ข้อดีของการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย
-สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แชร์ไฟล์ต่างๆ
-สามารถแชร์ทรัพยากรที่มีอยู่ในระบบเครือข่ายได้ เช่น แชร์เครื่องปริ้นเตอร์
-ประหยัดเนื่องจากสามารถแชร์ทรัพยากรกันได้ เช่น เครื่องปริ้นเตอร์ ก็ไม่ต้องซื้อมาประจำทุกเครื่อง มีเครื่องเดียว ก็ใช้ได้หลายคน
-สามารถแชร์เอกสารกันได้
-สามารถใช้ Email ติดต่อผู้ที่อยู่ห่างไกลได้รวดเร็ว
-การสนทนาผ่านเครือข่าย (Chat)
องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่าย
-คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 2 เครื่อง (ถ้ามีเครื่องเดียว ก็ไม่เรียกว่าเครือข่ายแล้ว -*- )
-เน็ตเวิร์คการ์ด เช่น LAN CARD , Wireless Card(ของพวกโน๊ตบุค)
-สื่อกลางและอุปกรณ์สำหรับการรับส่งข้อมูล เช่น พวก hub,router,สายส่งสัญญาณ
-โปรโตคอล (Protocol)
เป็นชุดของโปรโตคอลที่ถูกใช้ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถใช้สื่อสารจากต้นทางข้ามเครือข่ายไปยังปลายทางได้และสามารถหาเส้นทางที่
จะส่งข้อมูลไปได้เองโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าในระหว่างทางอาจจะผ่านเครือข่ายที่มีปัญหา โปรโตคอลก็ยังคงหาเส้นทางอื่นในการส่งผ่านข้อมูลไปให้ถึงปลายทางได้ (จะอธิบายรายละเอียด
ในบทต่อๆไป)
-ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หรือ NOS (Network Operating System)
ระบบปฏิบัติการเครือข่าย ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลบนเครือข่าย (จะอธิบายรายละเอียดในบทต่อๆไป)
การจำแนกประเภทของเครือข่าย
1.จำแนกตามขนาดทางกายภาพของเครือข่าย
- LAN (Local Area Network)
เป็นเครือข่ายที่เชื่อมกันในระยะที่ไม่ไกลมากอาจจะ 2 – 3 กม ถ้าจะให้เห็นภาพชัดก็คือ เครือข่ายห้องเรียน หรือ จากตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่ง
- MAN (Metropolitan Area Network)
เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันเฉพาะในเมืองๆหนึ่งเท่านั้น
- WAN (Wide Area Network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมกันในระยะไกลมาก เช่น ADSL
- HAN (Home Area Network) เป็นเครือข่ายเฉพาะในบ้าน
- PAN (Personal Area Network) เป็นเครือข่ายส่วนบุคคล
2.จำแนกตามลักษณะหน้าที่การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย
- Peer to Peer (เครือข่ายแบบเท่าเทียม)
เครือข่ายประเภทนี้จะไม่มีเครื่องเซิฟเวอร์ และไม่มีการแบ่งชั้นความสำคัญของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีสิทธิเท่าเทียมกันในการจัดการ
ใช้เครือข่าย ซึ่งเรียกว่า Peer(เพียร์) คอมพิวเตอร์แ่ต่ละเครื่องจะทำหน้าที่เป็นทั้งไคลเอนท์และเซิฟเวอร์แล้วแต่การใช้งานของผู้ใช้ เครือข่ายประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องมีผู้ดูแล
และจัดการระบบ เนื่องจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะเป็นคนกำหนดว่าข้อมูลหรือทรัพยากรใดบ้างของเครื่องนั้นที่ต้องการแชร์กับผู้ใช้อื่นๆ
- Client-Server (เครือข่ายแบบผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ)
หน้าที่ของคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแบ่งออกเป็น
--Server(เซิร์ฟเวอร์) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการต่างๆกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เช่น บริการเกี่ยวกับพื้นที่เก็บไฟล์ต่างๆ,บริการอินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์
--Client(ไคลเอนท์) คือ คอมพิวเตอร์ที่เข้าไปใช้บริการต่างๆของเซิร์ฟเวอร์
3.จำแนกตามระดับความปลอดภัย
- Internet (อินเตอร์เน็ต)
Internet เป็นเครือข่ายสาธารณะ ซึ่งไม่มีผู้ใดหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง การเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตต้องเชื่อมต่อผ่านองค์กรที่เรียกว่า "ISP"
(Internet Service Provider) ซึ่งจะทำหน้าที่ให้บริการในการเชื่อต่อเข้ากับInternet เนื่องจากinternet เป็นเครือข่ายสาธารณะจึงไม่มีหลักประกันความปลอดภัย
ของข้อมูลทีส่งผ่านInternet นั่นคือ ข้อมูลทุกอย่างที่ส่งผ่านเครือข่าย ทุกคนสามารถดูได้ นอกเสียจากจะมีการเข้ารหัสลับซึ้งผู้ใช้ต้องทำเอง
- Intranet (อินทราเน็ต)
Intranet เป็นเครือข่ายที่องค์กรสร้างขึ้นสำหรับให้พนักงานในองค์กรใช้เท่านั้น การแชร์ข้อมูลจะอยู่ในเฉพาะเครือข่ายIntranet หรือถ้ามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโลกภายนอก
หรือInternet องค์กรนั้นสามารถกำหนดนโยบายการควบคุมการใช้งานIntranetได้ เพราะว่า ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งที่แยก Internet และ Intranet ออกจาก
กัน เครือข่าย Intranet ขององค์กรจะถูกป้องกันจากFirewall(ไฟรร์วอล์) ซึงอาจเป็นได้ทั้งฮาร์ดแวร์หรือซอฟแวร์
- Extranet (เอ็กซ์ทราเน็ต)
Extranet เป็นเครือข่ายกึ่งInternet และ Intranet กล่าวคือ เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อเครือข่ายIntranet ระหว่าง 2 องค์กร ดังนันจึงมีบางส่วนของเครื่อข่ายที่เป็นเจ้า
ของร่วมกัน
** พื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์[1] ขอจบลงเท่านี้นะครับ ติดตามต่อได้ใน พื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์[2] ครับ หวังว่าคงมีประโยชน์ต่อท่านที่อ่านนะครับ และถ้ามีส่วนไหนผิดพลาดช่วยแจ้งด้วยนะครับ ผมจะได้แก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้อง ขอบคุณครับ
** ส่วนเนื้อหาพื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์[2] จะเกี่ยวกับพวก สถาปัตยกรรมเครือข่าย,ชุดโปรโตคอล ครับ
** เคยอ่านแต่บทความคนอื่น เพิ่งจะเคยทำบทความ เลยเพิ่งรู้ว่า เหนื่อยเหมือนกันครับ T_T ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ทำบทความให้อ่าน
วิธีการเขียนซีดีให้มีไอคอนแปลก ๆ
วิธีการเขียนซีดีให้มีไอคอนแปลก ๆ
ถ้าหากว่าสังเกตดี ๆ เวลาที่เปิดใช้งานซีดีรอม จะพบว่าบางแผ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปไอคอนเป็นรูปแปลก ๆ ต่างกันไป ซึ่งในการทำให้เกิดไอคอนรูปต่าง ๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมอะไรเพิ่มเติมเลย เพียงแต่เขียนแบ็ตไฟล์ขึ้นมา 1 ไฟล์ ซึ่งให้ทำตามขั้นตอนดังนี้
1. เปิดโปรแกรม Notepad ขึ้นมา
2. พิมพ์
[autorun]
icon = cdrom.ico ,0
3. จากนั้นให้ Save ตั้งชื่อไฟล์เป็น autorun.inf
4. เมื่อทำการเขียนแผ่นซีดีก็ให้นำไฟล์ที่ได้สร้างนี้เขียนลงไปด้วย
*** โดยไฟล์ cdrom.ico คือชื่อไอคอนที่เราต้องใส่ใน cd path นั้น ๆ ส่วน 0 เป็นการบอกลำดับที่ของไอคอน (ชื่อไฟล์ของไอคอนอาจเป็นชื่ออื่นก็ได
ถ้าหากว่าสังเกตดี ๆ เวลาที่เปิดใช้งานซีดีรอม จะพบว่าบางแผ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปไอคอนเป็นรูปแปลก ๆ ต่างกันไป ซึ่งในการทำให้เกิดไอคอนรูปต่าง ๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมอะไรเพิ่มเติมเลย เพียงแต่เขียนแบ็ตไฟล์ขึ้นมา 1 ไฟล์ ซึ่งให้ทำตามขั้นตอนดังนี้
1. เปิดโปรแกรม Notepad ขึ้นมา
2. พิมพ์
[autorun]
icon = cdrom.ico ,0
3. จากนั้นให้ Save ตั้งชื่อไฟล์เป็น autorun.inf
4. เมื่อทำการเขียนแผ่นซีดีก็ให้นำไฟล์ที่ได้สร้างนี้เขียนลงไปด้วย
*** โดยไฟล์ cdrom.ico คือชื่อไอคอนที่เราต้องใส่ใน cd path นั้น ๆ ส่วน 0 เป็นการบอกลำดับที่ของไอคอน (ชื่อไฟล์ของไอคอนอาจเป็นชื่ออื่นก็ได
การเขียน Script Autorun.inf
การเขียน Script Autorun.inf ตัวเต็ม
ไฟล์ autorun.inf เราเคยรู้จักไฟล์นี้ดีเวลาที่เราใส่ cd-rom ลงไปในไดรฟ์แล้วมันก็จะไปเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงานทันที แต่จริงๆ มันทำอะไรได้มากกว่านั้น ลองมาดูกันครับ
ข้อมูลนำมาจากที่นี่ครับ
http://msdn2.microsoft.com/En-US/library/aa969327.aspx
หัวข้อหลักของ autorun จะเรียกว่า key ครับ โดย key จะเขียนเป็น [ชื่อคีย์] แบบนี้ ซึ่งคีย์ใน autorunจะมีดังนี้
* [AutoRun] Keys
* [Content] Keys
* [ExclusiveContentPaths] Keys
* [IgnoreContentPaths] Keys
* [DeviceInstall] Keys
มาดูส่วน AutoRun key ก่อนครับ คำสั่งที่ใช้ได้ก็จะมีดังนี้ครับ
* action
* icon
* label
* open
* UseAutoPlay
* shellexecute
* shell
* shell\verb
ทีนี้มาดูวิธีใช้แต่ละคำสั่งครับ
คำสั่ง action ครับ
แบบที่ 1
โค๊ด:
action=ActionText
แบบที่ 2
โค๊ด:
action=@[filepath\]filename,-resourceID
คำอธิบายครับ
ActionText คือข้อความที่จะให้แสดงในหน้าจอ AutoPlay (บน WIndows XP ขึ้นไป) ซึ่งคำสั่งนี้จะไปเชื่อมโยงกับคำสั่ง open โดยอัตโนมัติ (หมายความว่า เวลาใส่แผ่นแล้วรันโปรแกรมทันทีเลย จะไม่มีอีกต่อไป จะต้องถามก่อน)
@[filepath\]filename คือชื่อไฟล์และพาธของไฟล์ binary ที่จะให้แสดงข้อความแทน action text
resourceID คือ resourceID ของข้อความที่อยู่ในไฟล์นั้น
หมายเหตุ
คำ สั่ง action ใช้ได้กับ Windows XP sp2 หรือรุ่นถัดมาเท่านั้น มันใช้ได้กับ DRIVE_REMOVABLE และ DRIVE_FIXED เท่านั้น ถ้านำไปใช้กับไดรฟ์ cd หรือ dvd ที่เป็น audio หรือ movie คำสั่งนี้จะไม่สามารถใช้ได้ และคำสั่งนี้ใช้ไม่ได้กับ windows xp sp1 หรือรุ่นก่อนหน้านี้ มันจะไปทำตามคำสั่ง open เท่านั้น
คำสั่ง action นี้ จะแสดงในหน้าจอ Autoplay เวลาที่ใส่สื่อที่มีไฟล์นี้เข้าไปในเครื่อง (เช่น Thumb drive) โดยจะแสดงไอคอนที่ถูกกำหนดโดยคำสั่ง icon ไว้ด้วย และจะลิงค์คำสั่งไปที่คำสั่งที่ถูกกำหนดโดยคำสั่ง open หรือ shellexecute
เมื่อ ใส่คำสั่ง action เข้าไปในคีย์ autorun จะทำให้มันถูกเลือกเป็นตัวแรกอัตโนมัติ เวลาที่หน้าจอ autoplay แสดงขึ้นมา หากไม่ใช้คำสั่งนี้ เวลาใส่สื่อเข้ามาในเครื่อง หน้าจอ autoplay จะไม่แสดงคำสั่งของ open ที่กำหนดไว้เลย
คำสั่ง icon
โค๊ด:
icon=iconfilename[,index]
iconfilename คือชื่อไฟล์ที่เก็บไอคอนไว้ครับ อาจจะใส่พาธด้วยก็ได้ เช่น \folder\to\icon.ico หรือถ้าไฟล์ไอคอนนั้นมีไอคอนหลายภาพ (เช่น อยู่ในไฟล์ icon.exe) ถ้าต้องการเลือกภาพไอคอนที่ไม่ใช่ไอคอนแรกก็ให้ใส่เลข index ลงไปด้วยครับ ซึ่งเลข index ของไอคอนแรกมีค่าเท่ากับ 0
ตัวอย่างครับ
โค๊ด:
icon=MyProg.exe,1
คำสั่ง label
โค๊ด:
label=LabelText
คำ สั่งนี้ใช้กำหนดชื่อไดรฟ์หรือแผ่น ซึ่งสามารถกำหนดได้มากถึง 32 ตัวอักษร อันแตกต่างจากชื่อไดรฟ์เดิมๆ ที่ได้แค่ 11 ตัวอักษรเท่านั้น และใช้ได้กับเครื่องที่เปิด autorun ไว้เท่านั้น หากปิด autorun ไว้ มันจะแสดงชื่อแผ่นหรือไดรฟ์จากแผ่นหรือไดรฟ์ที่กำหนดไว้ก่อนแล้วเท่านั้น
คำสั่ง open
โค๊ด:
open=[exepath\]exefile [param1 [param2] ...]
คำ สั่งนี้ใช้ในการระบุคำสั่งที่จะให้ทำงานอัตโนมัติเมื่อใส่ไดรฟ์หรือแผ่นเข้า มาในเครื่อง โดยถ้าเป็น windows รุ่นก่อน XP sp2 มันจะทำงานผ่านคำสั่งนี้อัตโนมัติ โดยไม่ถามก่อน หากเป็น sp2 มันจะขึ้นในหน้าจอ autoplay ถ้ากำหนดคำสั่ง action ไว้
คำสั่ง UseAutoPlay
โค๊ด:
UseAutoPlay=1
คำ สั่งนี้ได้รับการแนะนำให้ใช้ใน Windows XP จึงไม่มีผลต่อ windows รุ่นก่อนหน้านี้ สำหรับระบุว่าให้ใช้ UseAutoPlay V2 ครับ ถ้ามีการกำหนดคำสั่งนี้ไว้ มันถึงจะเรียกใช้คำสั่งที่กำหนดไว้โดย open หรือ ShellExecute ไว้ครับ ถ้าใช้ ShellExecute ก็ขอให้ใช้ด้วยความระมัดระวังนะครับ หากไม่ได้กำหนดไว้ มันจะไปค้นหาข้อมูลในไดรฟ์ก่อนเรียก autoplay ขึ้นมาครับ
คำสั่ง shellexecute
โค๊ด:
shellexecute=[filepath\]filename[param1, [param2]...]
คำ สั่งนี้ใช้ในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงานเช่นเดียวกับ open ครับ แต่แตกต่างที่สามารถกำหนดให้เรียกเปิดไฟล์เอกสารขึ้นมาได้ด้วย เช่น ให้ไปเปิดไฟล์ html ขึ้นมา มันก็จะไปเรียก browser สำหรับเปิดไฟล์ html ขึ้นมา โดยขึ้นอยู่กับว่าเราไปเซ็ตให้โปรแกรมไหนเป็นโปรแกรมเปิดไฟล์นั้น มันก็จะเปิดโปรแกรมนั้น
คำสั่ง shell
โค๊ด:
shell=verb
คำ สั่งนี้สำหรับกำหนดคำที่ใช้เรียกคำสั่งมาใช้อัตโนมัติ ซึ่งโดยปกติจะเป็นคำว่า autorun หากใส่คำสั่งนี้เข้าไป มันจะเปลี่ยนคำว่า autorun เป็นคำที่เราใส่ลงไปแทนคำว่า verb ครับ ซึ่งคำสั่งนี้มันจะไปอิงตามคำสั่ง shell\verb อีกทีครับ ซึ่งต้องระบุให้เมือนกัน
คำสั่ง shell\verb
โค๊ด:
shell\verb\command=Filename.exe
shell\verb=MenuText
คำ สั่งนี้ เป็นคำสั่งส่วนขยายจากคำสั่งข้างบนครับ ซึ่งกำหนดให้ไปเรียกโปรแกรมตามที่เราต้องการครับ ส่วนบรรทัดล่างสำหรับให้แสดงข้อความในเมนูเวลาที่เราคลิกขวาที่ไดรฟ์ครับ
อันนี้มีตัวอย่างครับ
โค๊ด:
shell\readit\command=notepad abc\readme.txt
shell\readit=Read &Me
คีย์ Content ครับ
โค๊ด:
[Content]
MusicFiles=Y
PictureFiles=0
VideoFiles=false
จะ มี 3 คำสั่ง ให้ใช้ครับ สำหรับระบุว่ามีข้อมูลอะไรในไดรฟ์หรือแผ่นครับ ซึ่งค่าของแต่ละคำสั่ง สามารถระบุว่าใช้ได้คือ 1, y, yes, t, true ส่วนใช้ไม่ได้คือ 0, n, no, f, false สำหรับคีย์นี้ใช้ได้กับ Windows Vista ขึ้นไปครับ ส่วนรุ่นก่อนหน้าไม่มีผลครับ คำสั่งนี้จะไปทำให้ windows ไม่ต้องค้นหาข้อมูลในไดรฟ์ก่อนที่จะนำขึ้นมาแสดงในหน้าจอ autoplay ครับ
คีย์ ExclusiveContentPaths
โค๊ด:
[ExclusiveContentPaths]
\music
\music\more music
music2
ใช้ สำหรับระบุว่ามีข้อมูลอยู่ในโฟลเดอร์ไหนบ้างครับ (จะได้ไม่เสียเวลาค้นหา) ซึ่งจะอิงกับคีย์ข้างบนครับ ว่าให้ใช้ content ชนิดไหนได้บ้าง ใช้ได้กับ vista ขึ้นไปครับ
คีย์ IgnoreContentPaths
โค๊ด:
[IgnoreContentPaths]
\music
\music\more music
music2
ใช้สำหรับระบุว่ามีโฟลเดอร์ไหนบ้างที่ไม่ให้ autoplay สนใจใฝ่ค้นหาครับ
คีย์ DeviceInstall
โค๊ด:
[DeviceInstall]
DriverPath=directorypath
ใช้ สำหรับระบุว่าไดรเวอร์อยู่ที่ไหนครับ ซึ่งจะเป็นการบังคับให้ตัว hardware wizard ไม่เสียเวลาในการค้นหาไดรเวอร์ทั้งไดรฟ์ครับ คำสั่งนี้ใช้ได้ใน Windows XP เท่านั้น
อันนี้เป็นตัวอย่างครับ
โค๊ด:
[DeviceInstall]
DriverPath=drivers\video
DriverPath=drivers\audio
ไฟล์ autorun.inf เราเคยรู้จักไฟล์นี้ดีเวลาที่เราใส่ cd-rom ลงไปในไดรฟ์แล้วมันก็จะไปเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงานทันที แต่จริงๆ มันทำอะไรได้มากกว่านั้น ลองมาดูกันครับ
ข้อมูลนำมาจากที่นี่ครับ
http://msdn2.microsoft.com/En-US/library/aa969327.aspx
หัวข้อหลักของ autorun จะเรียกว่า key ครับ โดย key จะเขียนเป็น [ชื่อคีย์] แบบนี้ ซึ่งคีย์ใน autorunจะมีดังนี้
* [AutoRun] Keys
* [Content] Keys
* [ExclusiveContentPaths] Keys
* [IgnoreContentPaths] Keys
* [DeviceInstall] Keys
มาดูส่วน AutoRun key ก่อนครับ คำสั่งที่ใช้ได้ก็จะมีดังนี้ครับ
* action
* icon
* label
* open
* UseAutoPlay
* shellexecute
* shell
* shell\verb
ทีนี้มาดูวิธีใช้แต่ละคำสั่งครับ
คำสั่ง action ครับ
แบบที่ 1
โค๊ด:
action=ActionText
แบบที่ 2
โค๊ด:
action=@[filepath\]filename,-resourceID
คำอธิบายครับ
ActionText คือข้อความที่จะให้แสดงในหน้าจอ AutoPlay (บน WIndows XP ขึ้นไป) ซึ่งคำสั่งนี้จะไปเชื่อมโยงกับคำสั่ง open โดยอัตโนมัติ (หมายความว่า เวลาใส่แผ่นแล้วรันโปรแกรมทันทีเลย จะไม่มีอีกต่อไป จะต้องถามก่อน)
@[filepath\]filename คือชื่อไฟล์และพาธของไฟล์ binary ที่จะให้แสดงข้อความแทน action text
resourceID คือ resourceID ของข้อความที่อยู่ในไฟล์นั้น
หมายเหตุ
คำ สั่ง action ใช้ได้กับ Windows XP sp2 หรือรุ่นถัดมาเท่านั้น มันใช้ได้กับ DRIVE_REMOVABLE และ DRIVE_FIXED เท่านั้น ถ้านำไปใช้กับไดรฟ์ cd หรือ dvd ที่เป็น audio หรือ movie คำสั่งนี้จะไม่สามารถใช้ได้ และคำสั่งนี้ใช้ไม่ได้กับ windows xp sp1 หรือรุ่นก่อนหน้านี้ มันจะไปทำตามคำสั่ง open เท่านั้น
คำสั่ง action นี้ จะแสดงในหน้าจอ Autoplay เวลาที่ใส่สื่อที่มีไฟล์นี้เข้าไปในเครื่อง (เช่น Thumb drive) โดยจะแสดงไอคอนที่ถูกกำหนดโดยคำสั่ง icon ไว้ด้วย และจะลิงค์คำสั่งไปที่คำสั่งที่ถูกกำหนดโดยคำสั่ง open หรือ shellexecute
เมื่อ ใส่คำสั่ง action เข้าไปในคีย์ autorun จะทำให้มันถูกเลือกเป็นตัวแรกอัตโนมัติ เวลาที่หน้าจอ autoplay แสดงขึ้นมา หากไม่ใช้คำสั่งนี้ เวลาใส่สื่อเข้ามาในเครื่อง หน้าจอ autoplay จะไม่แสดงคำสั่งของ open ที่กำหนดไว้เลย
คำสั่ง icon
โค๊ด:
icon=iconfilename[,index]
iconfilename คือชื่อไฟล์ที่เก็บไอคอนไว้ครับ อาจจะใส่พาธด้วยก็ได้ เช่น \folder\to\icon.ico หรือถ้าไฟล์ไอคอนนั้นมีไอคอนหลายภาพ (เช่น อยู่ในไฟล์ icon.exe) ถ้าต้องการเลือกภาพไอคอนที่ไม่ใช่ไอคอนแรกก็ให้ใส่เลข index ลงไปด้วยครับ ซึ่งเลข index ของไอคอนแรกมีค่าเท่ากับ 0
ตัวอย่างครับ
โค๊ด:
icon=MyProg.exe,1
คำสั่ง label
โค๊ด:
label=LabelText
คำ สั่งนี้ใช้กำหนดชื่อไดรฟ์หรือแผ่น ซึ่งสามารถกำหนดได้มากถึง 32 ตัวอักษร อันแตกต่างจากชื่อไดรฟ์เดิมๆ ที่ได้แค่ 11 ตัวอักษรเท่านั้น และใช้ได้กับเครื่องที่เปิด autorun ไว้เท่านั้น หากปิด autorun ไว้ มันจะแสดงชื่อแผ่นหรือไดรฟ์จากแผ่นหรือไดรฟ์ที่กำหนดไว้ก่อนแล้วเท่านั้น
คำสั่ง open
โค๊ด:
open=[exepath\]exefile [param1 [param2] ...]
คำ สั่งนี้ใช้ในการระบุคำสั่งที่จะให้ทำงานอัตโนมัติเมื่อใส่ไดรฟ์หรือแผ่นเข้า มาในเครื่อง โดยถ้าเป็น windows รุ่นก่อน XP sp2 มันจะทำงานผ่านคำสั่งนี้อัตโนมัติ โดยไม่ถามก่อน หากเป็น sp2 มันจะขึ้นในหน้าจอ autoplay ถ้ากำหนดคำสั่ง action ไว้
คำสั่ง UseAutoPlay
โค๊ด:
UseAutoPlay=1
คำ สั่งนี้ได้รับการแนะนำให้ใช้ใน Windows XP จึงไม่มีผลต่อ windows รุ่นก่อนหน้านี้ สำหรับระบุว่าให้ใช้ UseAutoPlay V2 ครับ ถ้ามีการกำหนดคำสั่งนี้ไว้ มันถึงจะเรียกใช้คำสั่งที่กำหนดไว้โดย open หรือ ShellExecute ไว้ครับ ถ้าใช้ ShellExecute ก็ขอให้ใช้ด้วยความระมัดระวังนะครับ หากไม่ได้กำหนดไว้ มันจะไปค้นหาข้อมูลในไดรฟ์ก่อนเรียก autoplay ขึ้นมาครับ
คำสั่ง shellexecute
โค๊ด:
shellexecute=[filepath\]filename[param1, [param2]...]
คำ สั่งนี้ใช้ในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงานเช่นเดียวกับ open ครับ แต่แตกต่างที่สามารถกำหนดให้เรียกเปิดไฟล์เอกสารขึ้นมาได้ด้วย เช่น ให้ไปเปิดไฟล์ html ขึ้นมา มันก็จะไปเรียก browser สำหรับเปิดไฟล์ html ขึ้นมา โดยขึ้นอยู่กับว่าเราไปเซ็ตให้โปรแกรมไหนเป็นโปรแกรมเปิดไฟล์นั้น มันก็จะเปิดโปรแกรมนั้น
คำสั่ง shell
โค๊ด:
shell=verb
คำ สั่งนี้สำหรับกำหนดคำที่ใช้เรียกคำสั่งมาใช้อัตโนมัติ ซึ่งโดยปกติจะเป็นคำว่า autorun หากใส่คำสั่งนี้เข้าไป มันจะเปลี่ยนคำว่า autorun เป็นคำที่เราใส่ลงไปแทนคำว่า verb ครับ ซึ่งคำสั่งนี้มันจะไปอิงตามคำสั่ง shell\verb อีกทีครับ ซึ่งต้องระบุให้เมือนกัน
คำสั่ง shell\verb
โค๊ด:
shell\verb\command=Filename.exe
shell\verb=MenuText
คำ สั่งนี้ เป็นคำสั่งส่วนขยายจากคำสั่งข้างบนครับ ซึ่งกำหนดให้ไปเรียกโปรแกรมตามที่เราต้องการครับ ส่วนบรรทัดล่างสำหรับให้แสดงข้อความในเมนูเวลาที่เราคลิกขวาที่ไดรฟ์ครับ
อันนี้มีตัวอย่างครับ
โค๊ด:
shell\readit\command=notepad abc\readme.txt
shell\readit=Read &Me
คีย์ Content ครับ
โค๊ด:
[Content]
MusicFiles=Y
PictureFiles=0
VideoFiles=false
จะ มี 3 คำสั่ง ให้ใช้ครับ สำหรับระบุว่ามีข้อมูลอะไรในไดรฟ์หรือแผ่นครับ ซึ่งค่าของแต่ละคำสั่ง สามารถระบุว่าใช้ได้คือ 1, y, yes, t, true ส่วนใช้ไม่ได้คือ 0, n, no, f, false สำหรับคีย์นี้ใช้ได้กับ Windows Vista ขึ้นไปครับ ส่วนรุ่นก่อนหน้าไม่มีผลครับ คำสั่งนี้จะไปทำให้ windows ไม่ต้องค้นหาข้อมูลในไดรฟ์ก่อนที่จะนำขึ้นมาแสดงในหน้าจอ autoplay ครับ
คีย์ ExclusiveContentPaths
โค๊ด:
[ExclusiveContentPaths]
\music
\music\more music
music2
ใช้ สำหรับระบุว่ามีข้อมูลอยู่ในโฟลเดอร์ไหนบ้างครับ (จะได้ไม่เสียเวลาค้นหา) ซึ่งจะอิงกับคีย์ข้างบนครับ ว่าให้ใช้ content ชนิดไหนได้บ้าง ใช้ได้กับ vista ขึ้นไปครับ
คีย์ IgnoreContentPaths
โค๊ด:
[IgnoreContentPaths]
\music
\music\more music
music2
ใช้สำหรับระบุว่ามีโฟลเดอร์ไหนบ้างที่ไม่ให้ autoplay สนใจใฝ่ค้นหาครับ
คีย์ DeviceInstall
โค๊ด:
[DeviceInstall]
DriverPath=directorypath
ใช้ สำหรับระบุว่าไดรเวอร์อยู่ที่ไหนครับ ซึ่งจะเป็นการบังคับให้ตัว hardware wizard ไม่เสียเวลาในการค้นหาไดรเวอร์ทั้งไดรฟ์ครับ คำสั่งนี้ใช้ได้ใน Windows XP เท่านั้น
อันนี้เป็นตัวอย่างครับ
โค๊ด:
[DeviceInstall]
DriverPath=drivers\video
DriverPath=drivers\audio
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




