วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ไวรัสคืออะไร

ไวรัสคืออะไร
ไวรัสเป็นชื่อเรียกโปรแกรมชนิดพิเศษ เกิดจากชุดรหัสคำสั่งหลายๆชุดมาประกอบกัน จนเป็นตัวไวรัสแบบเต็มๆ ส่งผ่านไปทางระบบเครื่อข่ายต่างๆ หรือแผ่นบันทึกข้อมูล โดยจะเกาะติดไปกับไฟล์หรือโปรแกรมอย่างลับ ๆ จากนั้นก็แพร่กระจายสู่ไฟล์อื่น ๆ และ/หรือคอมพิวเตอร์ตัวอื่นๆที่ถูกเชื่อมต่อภายในเครือข่าย ออกไปเป็นทอด ๆ ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ จากไฟล์หนึ่งสู่อีกไฟล์หนึ่ง จากเครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง โดยผ่านทางแผ่นดิสก์ ซีดีรอม อีเมล์ เน็ตเวิรค์รูปแบบการเชื่อมต่อต่างๆ หรืออินเตอร์เน็ต ลักษณะเหมือนกับเชื้อไวรัสที่ติดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง โดยไม่รู้ตัว

ไวรัสส่วนใหญเกือบ100%ของทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก จะมุ่งสร้างความเสียหายแก่ไฟล์และ/หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเหยื่อ บางตัวจะทำงานอย่างมีเงื่อนไข ( แบบรอเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบนคอม ตามคำสั่งที่ถูกเขียนขึ้นมา ) เช่น จะทำลายข้อมูลเฉพาะ เมื่อผู้ใช้เปิดเครื่องในวันเวลาที่กำหนดไว้ แต่บางตัวก็สร้างความเสียหายทันทีที่เครื่องดังกล่าวติดไวรัส ปัจจุบันไวรัสแพร่กระจายตัวเองได้รวดเร็วมากกว่าสมัยก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวรัสทางอีเมล์ที่ส่งกันเป็นทอด ๆ ทั้งในแบบที่ผู้ส่งรู้ตัวและไม่รู้ตัว นอกจากนี้ไฟล์เอกสารอย่างไมโครซอฟท์เวิร์ด เอ็กซ์เซล หรือ แอ็กเซส ก็เป็นไฟล์ข้อมูลอีกประเภทหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของไวรัสอยู่บ่อยครั้งในปัจจุบัน ในขณะที่ก่อนหน้านี้จะมีเฉพาะไฟล์ .exe หรือ .com เท่านั้นที่เป็น

เมื่อมีไวรัสที่ไม่ดี ย่อมมีไวรัสที่ดี และทำตัวเป็นประโยชณ์เหมือนกันครับ เช่น บริษัท MicroSoft ผู้ผลิตระบบปฏิบัตการ Windows อันโด่งดัง ก็มีการสร้างไวรัสที่มีประโยชณ์แบบนี้ขึ้นมา เหตุผลในการสร้างไวรัสตัวนี้ก็เพื่อที่จะให้ไวรัสหาจุดบกพร่องต่างๆในตัว OS หรือระบบปฏิบัตการนั้นๆ เช่น บักต่างๆที่จะทำให้เครื่องแฮงค์ รอยรั่วของระบบปฏิบัตการยามออนไลน์(BackDoor) เจ้าไวรัสนี้จะช่วยแจ้งให้ทราบถึงข้อรอยรั่วต่างๆ แก่ทีมผู้ผลิตให้กลับไปแก้ไข ก่อนทำการผลิตโปรแกรมออกวางขายให้พวกเราได้ใช้งานกัน โดยไวรัสที่ว่านี้จัดอยู่ในประเภท Worm (วอร์ม) หรือเจ้าหนอนอินเตอร์เน็ตนั้นแหละครับ

แต่ทว่า เจ้าพวกไวรัสอันตราย ทุกวันนี้ มันกลับแฟงตัวไปอยู่ได้ในรูปแบบของไพล์ทุกนามสกุล ชนิดที่แนบเนียนมากที่เดียว แอนตี้ไวรัสรุ่นเก่าจะไม่สามารถสแกนเจอได้เลย ในบางครั้ง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหลาย ยังไม่รู้เลยว่าตนเองได้ติดไวรัสแล้ว จวบจนกระทั้งมันได้เริ่มทำงาน และสุดท้ายก็เสียคอมพิวเตอร์ของตนเองไป....

--------------------------------------------------------------------------------

โทรจันท์ คืออะไร...?
โทรจันท์ ชื่อนี้อาจจะฟังดูแปลกๆอยู่นะครับ สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้ยิน เขียนเป็นภาษาอังกฦษได้ว่า Trojan หรือสั้นๆ TROJ เรียกเป็นทางการว่า ม้าโทรจันท์ คับ เจ้าโทรจันท์นี้ไม่ใช้ไวรัสนะคับ แต่มันเป็นแค่โปรแกรม รีโหมด คอนโทล ที่มีให้ดาว์โหลอดอยู่กลาดเกลื่อนบน net ก็แค่นั้น



" เจาะเข้าไปในเครื่องเป้าหมาย แล้วซำแหละส่ะ สิ่งง่ายๆที่ไม่ใช่แฮคเกอร์ก็ทำได้ " โปรแกรมประเภท Remote มีส่วนประกอบอยู่ 2 อย่างครับ

1. Cilent หมายถึงตัวที่เอาไว้ควบคุมบังคับคำสั่งสนุกๆที่เจ้าของเครื่องจะยิ้มไม่ออกไว้เอาไว้ ติดต่อกับตัว Server คับ

2. Server เจ้าตัวนี้แหละคับ ที่มันอาจจะมาอยู่ภายในเครื่องของคุณ โดยมันจะนั่งนิ่งๆไม่ทำอะไร อยู่ภายในเครื่องของคุณ แต่ถ้าคุณต่อเน็ตและได้รับการติดต่อจากเจ้า Cilent เมื่อไหร คอมของคุณก็จะเหมือนมีเจ้าของเพื่มอีกหนึ่งคน ซึ่งเขาอาจจะนั่งอยู่อีก ซีกโลกหนึ่งก็เป็นได้

้คำสั่งต่างๆที่เป็นคำสั่งหลักๆของ Trojan ได้แก่ ปิดเครื่อง ,เปิดcd,ลบไพล์ต่างๆ,ขโมยAccount Net,ขโมยPasswordแบบถ่ายทอดสด,Upload File ต่างๆลงเครื่อง(อาจจะเป็นไวรัสก็ได้) ,สั่ง Run โปรแกรมต่างๆ,ลบไพล์ที่สำคัญๆทั้งหลายที่จำเป็นของOS,แอบดูหน้าจอแบบถ่ายทอดสด

จะเห็นได้ว่าแต่ล่ะคำสั่งอันตรายทั้งนั้นเลยนะคับ ที่สำคัญมันใช้ง่ายสะด้วยสิ เข้าใจภาษาอังกฤษเล็กน้อยก็สนุกกับมันได้แล้ว ถ้าไม่อยากโดนก็อย่ารับFile ต่างๆ จากคนที่เพึ่งรู้จักหรือคนแปลกหน้านะครับ เพราะรุ่นใหม่นี้เขาทำให้เป็นแบบสแกนหาก็ไม่เจอนะครับ เป็นการบวกไพล์Serverเข้ากับไพล์อะไรก็ได้ เพื่อหลอกให้คุณรันไพล์นั้น จำง่ายๆเลยครับ ตามข้างล้างนี้

- Trojan จะไม่สามารถทำงานได้ ถ้าคุณไม่ออนไลน์ และต่อให้ออนไลน์ก็จะไม่ทำงาน ถ้าไม่มีใครเรียกใช้มัน

- อย่ารับไพล์แปลกๆมาลงเครื่องคับ จากคนที่คุณไม่ไว้ใจ

- Update Dat File ใหม ่บ่อยๆนะครับ เพราะจะมีTrojan Version ใหม่ออกกันทุกๆสัปดาห์

- ไม่จำเป็นที่คุณจะโดนแกล้งจากคนที่เอามาปล่อยคุณเท่านั้น Trojan สามารถโดนสแกนหาเจอจากUserที่ใช้Cilent อื่นๆก็ได้ครับ

ยกตัวอย่าง Trojan ที่เป็นที่นิยม (นิยมใช้ตั่งแต่มือใหม่ไปจนถึงเซียน)

-Bo (Back Office) ฮิตมากๆเลยครับ เหมาะสำหรับระดับกลาง

-NetBus ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับระดับเรึ่มต้น

-Sub7 ฟีเจอร์เยอะที่สุด แปลกแวกแนว อันตรายยิ่งยวด

-ICQ Trojan icqก็มีโทรจันทร์เหมื่อกันนะครับ

-Email Password Sender จัดการแต่Passwordของmailเท่านั้นครับ

-Keeper

-Dolly

-My Very Own Trojan

-NetMonitor

-WinCrash ใช้ง่ายมากๆครับ

-GirlFriend เป็นที่นิยมมากอีกตัวหนึ่ง

-Ripper

-Win$py

--------------------------------------------------------------------------------

การทำงานของไวรัสคอมพิวเตอร์

การติดต่อของไวรัสคอมพิวเตอร์นั้นส่วนใหญ่เกิดจากการนำแผ่นดิสก์ที่มีไวรัสมาใช้งานซ ึ่งอาจเป็นเกมส์หรือโปรแกรมใช้งานต่างๆที่เราได้มาจากเพื่อนหรือที่ทำงานจากการหาซื่ อ และคัดลอกมาจากที่อื่นๆ เมื่อนำแผ่นดิสก์มาใช้เจ้าไวรัสที่มีอยู่ในแผ่นก็จะไปทำงานบนหน่วยความจำหลักของเครื ่องซึ่งการทำงานนี้เป็นรูปแบบที่ปกติอยู่แล้ว

ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์แทบทุกประเภททำให้ไวรัสไปรออยู่บนนั้นเมื่อมีการ เรียกใช้เอกสารต่อจากการที่มีไวรัสอยู่บนหน่วยความจำหลักก็ทำให้เอกสารนั้นติดไวรัสไ ปด้วยลักษณะเช่นนี้จึงเป็นวิธีการแพร่ระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์ ยิ่งในปัจจุบันก็จะมีแหล่งที่มาของไวรัสคอมพิวเตอร์มากขึ่นจาก การใช้แผ่นดิสก์ร่วมกัน การหาซื่อโปรแกรมจากผู้ค้าซีดีตามศูนย์คอมพิวเตอร์ การเล่นอินเตอร์เน็ท การใช้ระบบแลนต่อเล่นอินเตอร์เน็ท จากที่กล่าวมานี้ช่วงแรกของการใช้แผ่นร่วมกันกับเครื่องที่มีไวรัสอยู่แล้วนำงานมาจึ งเป็นเหตุในการแพร่พันธุ์

ส่วนการหาซื่อซีดีจากผู้ค้าซีดีในศูนย์คอมพิวเตอร์ก็มีไวรัสได้เช่นกันเพราะปัจจุบัน ทางร้านส่วนใหญ่จะ ทำการcopyแผ่นซีดีขายกันเนื่องจากต้นทุนในการทำถูกแต่ขายได้กำไรมากกว่าเท่าหนึ่งในก ารทำแค่พวกเขามีเครื่องซีดีอาร์ก็สามารถทำได้แล้ว

และหากเครื่องของผู้จำหน่ายซีดีมีไวรัสก็เหมือนกับเป็นการแพร่พันไวรัสนั้นเอง ส่วนการเล่นอินเตอร์เน็ทแล้วติดไวรัส ส่วนใหญ่จะมาจากความไม่รู้เพราะไม่ทราบว่าทาง Host ไหนบ้างที่มีไวรัสระบาดเมื่อเราไปที่นั้นก็จะมีการดึงส่วนต่างๆมาเป็น Proxy ของโปรแกรม Browser จึงเหมือนกับเป็นการนำไวรัสมาสู่เครื่องซึ่งรูปแบบนี้ก็เหมือนกันในส่วนของระบบแลน

--------------------------------------------------------------------------------

ประเภทของไวรัส และรูปแบบการทำงาน ไวรัสในโลกนี้มีอยู่หลายประเภทด้วยกันครับ ถ้านับสายพันธุ์เข้าไปด้วยยิ่งไปกันใหญ่เลย เยอะมากๆ

ในหัวข้อนี้จะข้อเสนอ ประเภทของไวรัสต่างๆที่มีอยู่ในโลกนี้ครับ

1.Boot Sector Virus

จะทำลาย Diskette หรือ Harddisk หรือทั้งสองอย่างเลย ในส่วนของระบบปฏิบัติการ ( OS )

2. File Virus

จะทำลายข้อมูลต่างๆของไพล์นามสกุล .com หรือ .exe

3. Macro Virus

จะทำลายเอกสารหรือข้อมูลต่างๆของ Microsoft Word และ Excel ทั้ง 98,2000 อาจทำให้เปิดใช้งานไพล์ที่โดน ไม่ได้ด้วย

4. Fat Virus

ทำลายไพล์ แอปพรีเคชั่น ต่างๆใน Harddisk 5. Partition Sector Virus

อันนี้อันตรายมากๆครับ ทำลาย Partition และ Boot Sector ใน Harddisk ทั้งลูกเลย ซื้อใหม่อย่างเดียวโล้ด

6. Stealth Virus

ทำลายทุกอย่างที่เป็นไพล์ข้อมูล ยกเว้น Partition และ Boot Sector บน Harddisk และมีความสามารถหลบหลีกโปรแกรม Antivirus ได้เป็นอย่างดีด้วยครับ (ขนาดของมันเล็กมาก ไม่กี่ร้อยไบท์เอง )

7. Trojan House



เป็นที่แพร่หลายในเน็ตเป็นอย่างมาก ใครๆก็สามารถเป็นเจ้านายมันได้ มีให้ดาว์โหลดเกลื่อนอินเตอร์เน็ตเลยครับ ความอันตรายขึ้นอยู่กับผู้ที่ Control มัน สนใจอ่านเพึ่มเติมได้ ?????? ????

8. Worm

เรียกเป็นภาษาไทยได้ว่า "หนอนอินเตอร์เน็ต" ครับ โดยถ้ามันได้มาอยู่ในเครื่องแล้วมันจะทำให้เครื่องทำงานช้าลงเรื่อยๆที่ล่ะนิด บริโภคทรัพยากร ต่างๆภายในเครื่องมากขึ้นเรื่อยๆ จนระบบการทำงานล้มเหลว และสุดท้ายเครื่องพังจนไม่สามารถใช้การได้ครับ

9. Joke Virus

ไวรัสมาในแนวตลกๆ เช่นอาจจะขึ้นข้อความแปลกๆมาที่หน้าจอ และก็มีปุ่มOK พอไปกดเข้าคราวนี้มันก็เดินเครื่องเล่นงานทันทีเลย อะไรประมาณนี้ บางที่ก็เป็นตัวการ์ตูน ทำท่าตลกๆ วิ่งผ่านไปมาที่หน้าจอนะครับ แต่ความอันตรายอาจทำให้เปลี่ยนจากเสียงหัวเราะ เป็นสายธารแห่งนํ้าตาก็ได้นะ

10.VBScript

เป็นไวรัสที่เขียนขึ้นจากโปรแกรม VB นะครับ เป็นโปรแกรมที่นักศึกษาทั้งในและต่างประเทศนิยมใช้ และใช้ง่ายด้วยครับ ยกตัวอย่างเช่น Love Bug ไงครับ นี้แหละ VBScript เพียวๆเลย

11. JavaScript JavaApplet

ไวรัสที่ถูกเขียนขึ้นโดยภาษา"จาวา"ครับ มักมีอยู่ในต่างเว็ปรูปภาพโป๋ ต่างๆที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือของต่างประเทศ (โดยเฉพาะเว็ปภาษาร็ฐเซีย,เยอรมัน) โดยอนุภาพการทำลายนั้น ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งของผู้ที่เขียนสร้างมันขึ้นมาครับ ยังมีอีกนะครับ แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นแบบที่มีอยู่เยอะในตอนนี้ครับ อันอื่นๆมีอยู่น้อยมาก เรียกได้ว่าใกล์จะสูญพันธุ์แล้วก็ว่างั้นเถอะ จะขอไม่กล่าวถึงนะครับ คิดว่าคงพอจะมีความรู้เกี่ยวกับไวรัส เพึ่มขึ้นบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

--------------------------------------------------------------------------------

วิธีการดูสายพันธุ์,ประเภทไวรัส จากชื่อเต็ม

ในส่วนนี้จะมาสอนการดูสายพันธุ์ของไวรัส,ประเภทไวรัส ของชื่อเต็มๆของมันนะครับ

เรามาเรี่มกันด้วยที่ชื่อนี้ก่อนเลยนะครับ

TROJ_NAVIDAD.A

เราจะเห็นได้ว่ามันมาติดกันแบบนี้จะอ่านยังไง ลองดูดีๆแล้วจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงครับ

1.TROJ

นี้คือช่วงที่1นะครับ คือ"ประเภทของไวรัส" นั้นก็คือ โทรจันท์ครับผม

2.NAVIDAD

นี้คือช่วงที่2ของมันครับ นั้นก็คือ "ชื่อไวรัส" นั้นเอง เจ้า"นาวิแด็ด"ไงครับ

3. .A

ตรงนี้หมายถึง "สายพันธุ์ของไวรัส" นะครับ ชึ่งในที่นี้เป็สายพันธุ์ A โดยแต่ล่ะสายพันธุ์ จะมีความสามารถต่างๆ(ในทางที่ไม่ดี)ไม่เหมือนกันนะครับ

โดยสายพันธุ์ A คือสายพันธุ์แรกเลยนะครับ ต่อมาเมื่อมันไปเจอกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อความอยู่รอด โดยจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และบริษัททำโปรแกรมAntivirusก็จะเรียกเรียงตามตัวอักษรครับ เช่น

A>B>C>D>E

123>124>125>126

หรือไม่ก็

A>D>H>K

123>210>386>490

ต่อไปลองดูแบบที่2นะครับ ดูสิว่าจะอ่านได้ไหม?

PE_KRIZ.3862

คำตอบคือ เป็นไวรัสประเภท PerlScrip (ถูกเขียนขึ้นโดยภาษาPerl เป็นภาษาที่นิยมในการทำเว็ปมาก) ชื่อไวรัสว่า " Kriz " และเป็นสายพันธุ์ 3862 ครับ

เป็นไงบ้างครับหวังว่าคงได้รับความรู้ไปไม่มากก็น้อย เพื่อจะได้เพึ่มความมันส์ขึ้นเวลาเข้าไปดูเว็ปต่างๆที่ขึ้นชื่อเต็มของไวรัส เช่นเว็ปนี้ ในช่วง TOP10 ไวรัส หรือไม่ก็เวลาที่โปรแกรม Antivirus ของคุณเตือนเมื่อตอนถูกตรวจพบไวรัสครับผม



--------------------------------------------------------------------------------

เมื่อรู้ตัวว่าติดไวรัสเข้าแล้ว.....

1. ก่อนอื่น หากเครื่องของคุณเล่นเน็ตบ่อย ให้หยุดการเชื่อมต่อเน็ตทันทีที่ทราบ และถ้าหากจำเป็นต้องใช้เน็ต ขอให้ใช้ในคราวจำเป็นจริงๆเท่านั้น ไวรัสบางตัวอาจส่งข้อมูล (ที่อาจะเป็นข้อมูลสำคัญ) ของคุณออกไปสู่เครือข่าย และส่งไปยังเป้าหมายปลายทาง เช่น ส่งไปยังอีเมล์ของผู้ที่เขียนไวรัสนั้นๆ

2. โปรแกรมแอนตี้ไวรัสมีในเครื่องไหม? ถ้ามีให้ทำการอัพเดท Dat File และ Scan Engin ตัวล่าสุดให้โปรแกรมของคุณทันที (แนะนำให้อัพเดทผ่านตัวโปรแกรมนั้นเลย จะได้ผลและรวดเร็วกว่า) และที่คุณติดไวรัสหมายความว่าโปรแกรมของคุณมันเก่าจนไม่สามารถตรวจสอบไวรัสได้แล้วนะ สิ ถ้าไม่มีหามาลงติดตั่งลงเครื่องไว้ โปรแกรมที่แนะนำคือ Mcafee NortonAntivirus PC-cillin เพราะได้รับความนิยมสูงมากๆ และมีประสิทธิภาพดี

3. ทำการสแกนหาไวรัสจาก Dat File และ Scan Engin ตัวล่าสุดที่ได้มา ในทันที

4. หลังจากนั้นควรใช้งดใช้ หรือคอมพิวเตอร์ให้น้อยที่สุด จำเป็นที่สุด เท่าที่จะทำได้ (ถ้าไม่มีความจำเป็นก็งดใช้งาน จนกว่าจะพร้อมที่จะใช้งานเพื่อกำจัดไวรัส) เพื่อป้องกันการเผลอไปโดนอะไรบางอย่าง ที่อาจเป็นกับดักหลอกให้ไวรัสเรึ่มทำงานจริง

5. หากเป็นคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายเช่นภายในองค์กรณ์ (ทุกชนิด ทุกรูปแบบการเชื่อมต่อ) ให้ทำการถอดสายที่เชื่อมต่อออกทันที ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดคอมอยู่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสไปเครื่องอื่นๆ ซึ่งเรื่องเล็กๆอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้โดยไม่รู้ตัว

6. แผ่นดิกส์เก็ต อาจเป็นแหล่งที่มาก็ได้ ให้ทำการสแกนไวรัสด้วย หากยังหาไม่เจอก็ให้งดใช้งานก่อน (เฉพาะแผ่นที่ใช้งานกับคอมที่ติดไวรัสเท่านั้น)

7. อ่านการแนะนำศูนย์ช่วยเหลือผู้ติดไวรัส thaiAntivirus Help Center เพื่อที่เราจะได้ให้คำแนะนำคุณต่อ ในการหาวิธีช่วยเหลือ ถอนไวรัสออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นไวรัสประเภทไหน สายพันธุ์ใดก็ตาม

8. หากเป็นไวรัสที่เข้าไปถึง Boot Secter หรือ ฮาร์ดดิกส์ หรือ ระบบ BIOS คงต้องทำใจหน่อยก็แล้วกัน อาจจะต้องมีการเสียตัง หรือทิ้งอะไรบ้างอย่างเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ได้ ไวรัสประเภทนี้จัดอยู่ในระดับอันตรายสูงสุด สร้างความเสียหายได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าคุณโดนประเภทนี้เข้าไป ก็ควรจะรู้วิธีการกำจัดออกอย่างถูกวิธีจากผู้รู้ด้วย

9. อย่าปล่อยให้ไวรัสคอมพิวเตอร์ อยู่ในเครื่องของคุณนานมากนัก ให้รีบกำจัดมันออกจากคอมโดยเร็วที่สุด เพราะโดยส่วนมาก ไวรัสคอมพิวเตอร์จะมีกำหนดการทำงานของมันเองอยู่แล้ว เช่น กำหนดการทำงานตามวัน-เดือน-ปี หรือกำหนดการทำงานแบบเหตุการณ์ หรือ Event เช่น ไวรัสจะเดินเครื่องเล่นงานคอมของคุณทันที ที่คุณไปเปิดโปรแกรมอะไรบางอย่าง ตามแต่ผู้เขียนไวรัสจะกำหนดไว้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น